โครงการวิจัย การผลิตทรัพยากรสารนิเทศและนวัตกรรมการจัดการศึกษาเพื่อหนุนเสริมการเรียนรู้ด้านพหุวัฒนธรรม

ศึกษาในระดับปฐมวัยและประถมศึกษาแบบมีส่วนร่วมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

          สรุปโครงการวิจัย การผลิตทรัพยากรสารนิเทศและนวัตกรรมการจัดการศึกษาเพื่อหนุนเสริมการเรียนรู้ด้านพหุวัฒนธรรม ศึกษาในระดับปฐมวัยและประถมศึกษาแบบมีส่วนร่วมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจะแบ่งการสรุปโครงการวิจัยออกเป็น 6 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนแรก ความสำคัญของโครงการ/หลักการและเหตุผล สอง วัตถุประสงค์ของโครงการ สาม ผลผลิตโครงการ สี่ ผลลัพธ์ของโครงการ ห้า ระยะเวลาในการดำเนินการ หก พื้นที่กลุ่มเป้าหมายหลักจำนวน 4 แห่ง เจ็ด พื้นที่กลุ่มเป้าหมายเครือข่ายจำนวน 9 แห่ง และสุดท้าย ผลที่คาดว่าจะได้รับ

ความสำคัญของโครงการ/หลักการและเหตุผล

สภาพความเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมได้สร้างผลกระทบต่อตัวตนและคุณลักษณะของผู้เรียนที่ถือได้ว่าพลเมืองที่มีความยืดหยุ่น (flexible citizenship) ทั้งในพื้นฐานด้านความเป็นอยู่ ค่านิยม วิถีชีวิต อัตลักษณ์หรือเพศสภาพที่แปรเปลี่ยนไป ด้วยเงื่อนไขดังกล่าวส่งผลให้นโยบายทางการจัดการศึกษาแก่เด็กปฐมวัยและเด็กประถมศึกษาในประเทศไทยได้มีการเล็งเห็นความสำคัญต่อพัฒนาการทางการศึกษาของเด็กทุกคนที่จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาโดยรอบด้านให้เต็มศักยภาพตามวัยอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง ในรูปแบบของการจัดการศึกษาในลักษณะต่างๆ โดยทิศทางสอดรับกับนโยบายด้านการศึกษาและปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในร่างรัฐธรรมนูญในหมวด 5 มาตรา 54 ที่ได้ระบุให้รัฐต้องจัดการศึกษาฟรี 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับ (ปฐมวัย-ม.3) อย่างมีคุณภาพ 

ทั้งนี้การจัดการศึกษาในระดับปฐมวัยและประถมศึกษาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมานั้น ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาในการจัดการศึกษาให้กับผู้เรียนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่มากขึ้นอันเนื่องจากนโยบายการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All) ที่เปิดโอกาสให้กับเด็กทุกคนที่อยู่ในเขตรัฐไทยและมีอายุถึงเกณฑ์เข้าเรียน สามารถรับสิทธิทางการศึกษาในโรงเรียนเท่าเทียมกันทุกคน ประกอบกันการเคลื่อนย้ายไหลเวียนของผู้คนและกลุ่มชนชาติพันธ์ที่ความแตกต่างหลากหลายซึ่งส่งผลให้การจัดการศึกษาที่มีขึ้นโดยรัฐนั้นไม่ตอบสนองหรือเป็นไปตามลักษณะทางพหุวัฒนธรรมในพื้นที่ภาคเหนือ โดยมีปัญหาทั้งในด้านการสื่อสารและปัญหาสิทธิการเข้าไม่ถึงการศึกษาเป็นส่วนใหญ่เนื่องจากเด็กที่จะเข้าเรียนในระดับชั้นต้นของการศึกษานั้นไม่ได้ผ่านการเตรียมความพร้อมในช่วงชั้นปฐมวัยก่อนที่จะมาสื่อสารด้วยภาษาไทยในการเรียนระดับชั้นประถมศึกษา

ดังนั้นการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทภูมิหลังทางภาษา ชาติพันธุ์ วัฒนธรรมและวิถีชีวิต มิใช่เพียงเพราะสิทธิทางวัฒนธรรมที่พึงมีพึงได้ของตัวผู้เรียนเอง หากเพื่อให้ระบบการศึกษานั้นไม่สร้างความแปลกแยกทางวัฒนธรรมให้กับตัวผู้เรียนอันส่งผลต่อปัญหาทางด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน ปัญหาการกลืนกลายทางวัฒนธรรมและการผลิตซ้ำความเป็นอื่นในสังคมแก่ผู้เรียน ซึ่งส่งผลให้เด็กส่วนหนึ่งเติบโตมาท่ามกลางความแตกต่างทางวัฒนธรรมพื้นถิ่นเดิมกับวัฒนธรรมโรงเรียนที่วางรากฐานอยู่บนวัฒนธรรมราชการ (ไทยภาคกลาง) ผ่านรูปแบบหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ในลักษณะเอกวัฒนธรรม (Monocultures) (รุ่งลาวัลย์ ละอำคา และคณะ, 2558) 

นอกจากนี้เด็กปฐมวัยซึ่งอยู่ในช่วงทองของการเรียนรู้จะต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ และมีความสำคัญที่จะเสริมสร้างให้มีสมรรถนะการอยู่ร่วมกับสังคมในระดับที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นไปในระดับชั้นประถมศึกษา ซึ่งพื้นที่ของชั้นเรียนเองก็มีความสำคัญอย่างยิ่งในการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ให้ผู้เรียนเกิดทัศนคติเชิงบวกกับสังคม ซึ่งก็สัมพันธ์กับการสอนที่มีประสิทธิภาพของครู (Martin & Sugarman, 1993) ทั้งนี้จึงมีความจำเป็นอย่างมากที่เด็กปฐมวัยและเด็กในระดับประถมศึกษาอยู่ในช่วงรอยต่อของพัฒนาการจะได้มีการซึมซับ รับรู้ประสบการณ์การเรียนรู้ภายใต้เงื่อนไขบริบทสภาพสังคมและวัฒนธรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งสังคมในโรงเรียนนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ พัฒนาการทางความคิดและเจตคติของเด็กด้วยเหตุที่ช่วงวัยดังกล่าวนี้มักตระหนักถึงปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและการใช้ภาษาอันเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเรียนรู้ของนักเรียน (Vygotsky, 1978) โดยลักษณะของการจัดการศึกษาที่ก่อให้เกิดการลบเลือนและหดหายของภาษาแม่ (Mother tongue) ที่ถือว่าเป็น “สะพานเชื่อมการเรียนรู้” ซึ่งหากขาดการเชื่อมต่อไปก็อาจส่งผลกระทบต่อผู้เรียนที่จะปรับตัวได้ไม่ทันกับสภาพสังคมและวัฒนธรรมในโรงเรียนและจะก่อให้เกิดความรู้สึกไม่มั่นคงในอัตลักษณ์ ไม่ประสบความสำเร็จในการเรียน ซึ่งท้ายสุดอาจจะต้องหลุดออกไปจากระบบการศึกษา

ด้วยเหตุนี้แนวคิดด้าน “พหุวัฒนธรรมศึกษา”(Banks, 2001) จึงเป็นประเด็นท้าทายให้ถูกนำเข้ามาบูรณาการหรือใช้ในการจัดประสบการณ์เรียนรู้เพื่อมุ่งเน้นสร้างการปรับเปลี่ยนบริบทและสภาพแวดล้อมสำหรับผู้เรียนให้สามารถเข้าถึงโอกาสทางการเรียนรู้ที่เท่าเทียมและเป็นธรรมบนฐานภาษาและวัฒนธรรมของเด็กปฐมวัยและเด็กประถมศึกษา เพื่อหนุนเสริมสิทธิทางการศึกษาและสิทธิทางวัฒนธรรมที่พึงควรได้สำหรับมนุษย์หรือพลเมืองทางวัฒนธรรมที่เป็นผู้อาศัยอยู่ร่วม (Membership) ในสังคมเมืองเชียงใหม่ นอกจากนี้เป็นหลักการที่สอดคล้องในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเริ่มจัดให้มีการพัฒนาครูหรือผู้ดูแลเด็กปฐมวัยจึงจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจในบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่มีความแตกต่างหลากหลายในตัวของผู้เรียน (รุ่งลาวัลย์ ละอำคาและคณะ(บก), 2558) รวมทั้งเข้าใจถึงผลกระทบทางด้านภาษาและผลกระทบทางด้านสังคมที่มีต่อพัฒนาเด็กปฐมวัยทั้งนี้ ครู จะต้องเปิดหัวใจรับและเห็นคุณค่าในความแตกต่างทางวัฒนธรรมของผู้เรียน (รุ่งลาวัลย์ ละอำคาและคณะ(บก), 2558) รู้จักการพัฒนานวัตกรรมหรือแสวงหาวิธีการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่มุ่งฝึกหัดผู้เรียนได้ตามความเหมาะสมของพัฒนาการและวัฒนธรรมของเด็กปฐมวัยอย่างมีทิศทางและเป้าหมายการพัฒนาความเข้าใจการอยู่ร่วมกันแบบพหุวัฒนธรรม นอกจากนี้ควรตั้งอยู่บนฐานของเทคนิควิธีการจัดการศึกษาพหุวัฒนธรรมที่เน้นการดูแลเอาใจใส่เป็นศูนย์กลาง

สิ่งที่ได้นำเสนอไปข้างต้น จึงทำให้มองเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการที่จะการผลิตทรัพยากรสารนิเทศและนวัตกรรมการจัดการศึกษาเพื่อหนุนเสริมการเรียนรู้ด้านพหุวัฒนธรรมศึกษาระดับปฐมวัยและประถมศึกษาเพื่อให้มีความสอดคล้องและเท่าทันกับสภาพความเปลี่ยนแปลงในบริบททางสังคมและวัฒนธรรมอันแตกต่างหลากหลายในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการดูดซับผู้เรียนที่อยู่ช่วงปฐมวัยและประถมศึกษามีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ภาษา และภาวะข้ามชาติ จึงนำมาสู่คำถามในการศึกษาครั้งนี้ว่า การผลิตทรัพยากรสารนิเทศและนวัตกรรมการจัดการศึกษาเพื่อหนุนเสริมการเรียนรู้ด้านพหุวัฒนธรรมศึกษาในระดับปฐมวัยและประถมศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยใช้วรรณกรรมเป็นฐานให้มีความเหมาะสมกับบริบทพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ได้อย่างไร

วัตถุประสงค์ของโครงการ

  1. เพื่อผลิตหนังสือภาพประกอบสื่อมัลติมีเดียและชุดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยและประถมศึกษาที่คัดสรรเนื้อหามาจาก “วรรณกรรมพื้นถิ่นล้านนา” ในมิติด้านพหุวัฒนธรรมศึกษา
  2. เพื่อพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาในด้านการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ด้านพหุวัฒนธรรมศึกษาโดยใช้วรรณกรรมเป็นฐาน
  3. เพื่อผลิตภาพยนตร์ที่นำเสนอเนื้อหาสำหรับสร้างความเข้าใจต่อชีวิตการข้ามวัฒนธรรมและประสบการณ์ด้านพหุวัฒนธรรมศึกษาด้วยกระบวนการเรียนรู้และผลิตภาพยนตร์แบบมีส่วนร่วม
  4. เพื่อพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีสมรรถนะทางด้านพหุวัฒนธรรมศึกษา

ผลผลิตโครงการ

ผลผลิตของโครงการ การผลิตทรัพยากรสารนิเทศและนวัตกรรมการจัดการศึกษาเพื่อหนุนเสริมการเรียนรู้ด้านพหุวัฒนธรรม ศึกษาในระดับปฐมวัยและประถมศึกษาแบบมีส่วนร่วมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบไปด้วย

  1. ชุดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยที่คัดสรรมาจาก “วรรณกรรมพื้นถิ่นล้านนา” ในมิติด้านพหุวัฒนธรรมศึกษา ประกอบไปด้วย 1) หนังสือภาพการ์ตูนสำหรับเด็กปฐมวัยจำนวน 3 เล่ม 2) สื่อมัลติมีเดียแบบสื่อสารทางเดียวจำนวน 3 ชุด และ 3) คู่มือประกอบการใช้สื่อมัลติมีเดียสำหรับครูจำนวน 3 ชุด
  2. ชุดกิจกรรมสำหรับเด็กประถมศึกษาที่คัดสรรมาจาก “วรรณกรรมพื้นถิ่นล้านนา” ในมิติด้านพหุวัฒนธรรมศึกษา ประกอบไปด้วย 1) หนังสือภาพการ์ตูนสำหรับเด็กประถมศึกษาจำนวน 3 เล่ม 2) โปรแกรมประยุกต์แบบสื่อสารสองทาง (Interactive application software) สำหรับครูจำนวน 3 ชุด และ 3) คู่มือประกอบการใช้โปรแกรมประยุกต์ (Application software) สำหรับครูจำนวน 3 ชุด
  3. ตัวอย่างแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ด้านพหุวัฒนธรรมศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยและประถมศึกษาโดยใช้วรรณกรรมเป็นฐานจำนวน 12 แผน 6 เล่ม
  4. รายงานผลหลังการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านพหุวัฒนธรรมศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยและประถมศึกษาโดยใช้วรรณกรรมเป็นฐาน และหนังสือสะท้อนย้อนคิดผลการดำเนินงานหนุนเสริมการเรียนรู้พหุวัฒนธรรมศึกษาในระดับปฐมวัยและประถมศึกษาแบบมีส่วนร่วมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่จำนวน 6 เล่ม ซึ่งทางโครงการได้ออกแบบ เพื่อรวบรวมกิจกรรมและกระบวนการทำงานตลอดระยะโครงการ โดยการจัดพิมพ์ในชื่อ “บทเรียนการสร้างนวัตกรรมการจัดการศึกษาด้านพหุวัฒนธรรมศึกษาแบบมีส่วนร่วมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่”
  5. ภาพยนตร์ที่นำเสนอเนื้อหาสำหรับสร้างความเข้าใจต่อชีวิตและประสบการณ์การข้ามวัฒนธรรมและพหุวัฒนธรรม ความยาวประมาณ 45 นาที 1 เรื่อง จำนวน 5 ชุด
  6. วีดิทัศน์โครงการ ประกอบไปด้วย 1) วีดิทัศน์เชิงสารคดีเพื่อการสื่อสารสาธารณะ ประเด็นการชวนครูค้นหานวัตกรรมการศึกษาด้านพหุวัฒนธรรมศึกษาจำนวน 1 เรื่อง 5 ชุด 2) วีดิทัศน์ประมวลแนวคิดกิจกรรมและบทเรียนสำคัญของโครงการจำนวน 1 เรื่อง 5 ชุด

ผลลัพธ์โครงการ

ผลลัพธ์ของโครงการวิจัย การผลิตทรัพยากรสารนิเทศและนวัตกรรมการจัดการศึกษาเพื่อหนุนเสริมการเรียนรู้ด้านพหุวัฒนธรรม ศึกษาในระดับปฐมวัยและประถมศึกษาแบบมีส่วนร่วมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ สามารถแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก ดังนี้

  1. ด้านผู้เรียน ได้เตรียมผู้เรียนที่มีสมรรถนะทางพหุวัฒนธรรม เกิดความภาคภูมิใจในวิถีชีวิต ทั้งยังตระหนักเห็นคุณค่าในภาษาและวัฒนธรรมของตนเองและผู้อื่น ได้ผู้เรียนที่มีความสามารถในการใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมสำหรับการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้จากบริบทรอบข้างหรือเรียนได้จากวรรณกรรม นิทานหรือเรื่องเล่าในบริบททางภาษาและวัฒนธรรมแม่ (Native language and cultural context) ได้ผู้เรียนที่มีประสบการณ์เรียนรู้ที่จะเป็นผู้กระทำการ (Agency) ในการสร้างความเข้าใจและการยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรม
  2. ด้านครูและบุคลากรทางการศึกษา คนทำงานในแวดวงการศึกษาและผู้สนใจได้พลังเครือข่ายการทำงานของครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีสมรรถนะด้านพหุวัฒนธรรม ได้พัฒนาเสริมสร้างความรู้ด้านการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาด้านพหุวัฒนธรรมสำหรับครูและบุคคลากรทางการศึกษาในพื้นที่พหุวัฒนธรรม
  3. ด้านชุมชนและนโยบายการศึกษา ได้สื่อและนวัตกรรมเพื่อการจัดการเรียนรู้เพื่อบุตรหลานที่เข้ารับบริการทางการศึกษาในชุมชนอันเป็นที่ตั้งของสถานศึกษา ชุมชนหรือผู้ปกครองสามารถเข้ามีส่วนร่วมทั้งในเชิงเนื้อหา กระบวนการจัดประสบการณ์เรียนรู้ด้านพหุวัฒนธรรมโดยใช้วรรณกรรมเป็นฐาน ได้แนวทางการจัดการศึกษาแบบชุมชนมีส่วนร่วม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเชิงนโยบายด้านพหุวัฒนธรรม

ระยะเวลาในการดำเนินการ

โครงการวิจัย การผลิตทรัพยากรสารนิเทศและนวัตกรรมการจัดการศึกษาเพื่อหนุนเสริมการเรียนรู้ด้านพหุวัฒนธรรม ศึกษาในระดับปฐมวัยและประถมศึกษาแบบมีส่วนร่วมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ มีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560-ธันวาคม 2561

พื้นที่กลุ่มเป้าหมายหลักจำนวน 4 แห่ง

  1. โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลเจดีย์แม่ครัว อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่
  2. โรงเรียนห้องเรียนเคลื่อนที่อนุบาลชนเผ่าบ้านผาลาย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
  3. โรงเรียนบ้านปางแดง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
  4. โรงเรียนเทศบาลวัดเกตการาม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

พื้นที่กลุ่มเป้าหมายเครือข่ายจำนวน 9 แห่ง

  1. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลสุเทพ
  2. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดปทุมสราราม
  3. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลบ้านหลวง
  4. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านม่วงชุม
  5. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลท่าเดื่อ
  6. ศูนย์การเรียนรู้มอวาคี
  7. โรงเรียนเทศบาลตำบลหนองควาย
  8. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สาขาปฐมวัยและการศึกษาพิเศษ
  9. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ สาขาการศึกษาปฐมวัยและประถมศึกษา

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. ได้ชุดความรู้ทางการศึกษาที่เป็นระบบเพื่อใช้ในการขยายผลการจัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยและประถมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งมีบริบทเชิงพื้นที่ๆผู้เรียนมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ วิถีชีวิตทางเศรษฐกิจและโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่แตกต่างกัน
  2. ได้หนังสือภาพประกอบสื่อมัลติมีเดียและทรัพยากรสารนิเทศทางการศึกษาที่จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์
  3. และขยายผลด้วยการบูรณาการเข้าสู่การเรียนการสอนในคณะศึกษาศาสตร์และครุศาสตร์ระดับอุดมศึกษาเพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการเตรียมประสบการณ์ด้านวิชาชีพครู
  4. ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาและหนุนเสริมให้เกิดเครือข่ายการทำงานเชิงพื้นที่ของครูและบุคลากรทางการศึกษาในระดับชั้นปฐมวัยและประถมศึกษาให้ได้รับความรู้และมีประสบการณ์ด้านนวัตกรรมเพื่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้วรรณกรรมเป็นฐานอย่างมีสมรรถนะด้านพหุวัฒนธรรม
  5. กิจกรรมทั้งหมดในโครงการเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All) ที่หนุนเสริม
  6. ให้เกิดสิทธิทางการศึกษาและสิทธิทางวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะทางด้านพหุวัฒนธรรม พร้อมทั้งพัฒนาความเป็นพลเมืองที่มีความยืดหยุ่นทั้งในด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและการเมือง