เชียงใหม่จัด Works Shop เตรียม “Ted talk” บนฐานคิดสตรีนิยม ในงานรณรงค์เดือนสิทธิมนุยชนและยุติความรุนแรง ในวาระวันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล ปี 2562

เชียงใหม่จัด Works Shop เตรียม “Ted talk” บนฐานคิดสตรีนิยม ในงานรณรงค์เดือนสิทธิมนุยชนและยุติความรุนแรง ในวาระวันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล ปี 2562

               วันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน 2562 เวลา 09.30 – 16.00 น. ณ ภาควิชาสตรีศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้มีการจัดกิจกรรม Works Shop เตรียม “Ted talk” เรื่อง การสร้างเสริมแนวคิดในการสื่อสารกับสังคมเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง ในงานรณรงค์เดือนสิทธิมนุยชนและยุติความรุนแรง ประจำปี 2562  ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 ที่จะถึงนี้ 

                โดย คุณมัจฉา พรอินทร์ นักเคลื่อนไหวภาคประชาสังคม เป็นวิทยากรแนะนำแนวคิดการเล่าเรื่องให้น่าสนใจตามแนวคิดแบบสตรีนิยม และมีตัวแทนจากหลายองค์กรร่วมเตรียมงาน อาทิ เช่น มูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้ของแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์ มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา มูลนิธิสร้างสรรค์ และศูนย์พหุวัฒนธรรมและนโยบายการศึกษา

กำหนดการ

09.30- 09.45 น.           การแนะนำตัว และการกล่าวต้อนรับ

09.45-11.00 น.            ความคาดหวังจากการเข้าร่วมประชุม

11.00-12.30 น.            การเรียนรู้บนฐานคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน สิทธิมนุษยชน และสตรีนิยม

12.30-13.30 น.            พักรับประทานอาหารกลางวัน

13.30-14.30 น.            การเตรียมเนื้อหา

14.30-15.30 น.            การเล่าเรื่อง

15.30-16.00 น.            การสะท้อนคิด

               สรุปประเด็นที่วิทยากรพูด แนวทางการเปลี่ยนแปลงด้านสิทธิมนุษยชนบนฐานการเล่าเรื่องแบบสตรีนิยมนั้น ผู้เล่าเรื่องต้องรู้ตัวตน รู้จักตำแหน่งแห่งที่ตนเอง และบริบทสังคม แม้กระทั่งระบบต่างๆ ในสังคม ที่มีส่วนส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงการยอมรับสิทธิมนุษยชนแตกต่างกันไป เช่น สังคมที่มีระบบคิดชายเป็นใหญ่ฝังลึก จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงด้านสิทธิ (เพศหญิง, เด็กหญิง) ยุ่งยาก

               วิทยากรเน้นว่า แนวคิดแบบเฟมินิสต์ มีกรอบวิธีเล่าเรื่องอยู่ 2 ประเภท คือ 1. AHA ได้แก่ เผยความโกรธ (Angry) ความหวัง (Hope) และการปฏิบัติการ (Action) ของผู้เล่า 2. Story ได้แก่ Story of me, Story of us, และ Story of now การใช้บทบาทความเป็นหญิงในการเล่าเรื่องในประเด็นต่างๆ มักเกิดพลังในการพูด เพราะมีคำถามและคำตอบจากผู้หญิงมาช่วยกันหาทางออก โดยที่ประชุมได้ร่วมกันคิดว่า เราสามารถเล่าเรื่องให้มีพลังได้อย่างไร  เพราะเรายังถูกกดขี่กดทับ ที่จากครอบครัว การศึกษา และตลาดงาน ที่ไม่เอื้ออำนวยให้ผู้พูดได้พูดอย่างมีพลัง และปราศจากความกลัว