“การศึกษาทางเลือก” คํานี้มีความหมายว่าอย่างไร

“การศึกษาทางเลือก” คํานี้มีความหมายว่าอย่างไร

ที่มา : http://dmiceplanner.businesseventsthailand.com/dmice/venue-detail.php?m=1171441

               ผมขอเริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงคําว่า “การศึกษาทางเลือก” ว่าคํานี้มีความหมายว่าอย่างไร หากแปล ง่ายๆ ตรงตัว คือ เส้นทางต่างๆ ของการศึกษาที่เราสามารถเลือกได้ด้วยตนเอง คือ ผู้เรียนอยู่ในระบบการศึกษา ที่สามารถตอบสนองตามความต้องการของตนเอง อยู่ในรากฐานของศาสนา ปรัชญา จิตวิทยา มนุษยธรรม ชุมชน และมีอิสระทางความคิดเพื่อที่จะพัฒนาตนเอง แต่สําหรับสังคมไทยในปัจจุบัน
เราสามารถกล่าวได้เต็มปากหรือไม่ว่า มีการศึกษาทางเลือกอย่างสมบูรณ์แล้ว

               เป็นที่ทราบกันว่า “การศึกษา” เป็นสิ่งที่เด็กไทยทุกคนควรได้รับ จึงมีการจัดระบบการศึกษา “ภาค บังคับ” ขึ้น ผมมองว่าในขั้นพื้นฐานยังคงเป็นสิ่งจําเป็น เพราะเป็นการวางรากฐานความเป็นมนุษย์ แต่ หลังจากนั้นแล้ว การสอนในโรงเรียนจะเอื้อให้นักเรียนเป็นผู้ที่มีความคิด
เป็นนักวิเคราะห์ เป็นผู้เข้าถึงสัจจะ ความจริงของความรู้ได้จริงหรือไม่ หากครูผู้สอนยังอาศัยการป้อนข้อมูลทุกอย่างผ่านการเล่า การบรรยาย เหมือนความรู้นั้นเป็นสิ่งตายตัว สอนให้นักเรียนได้แค่ท่องจํา ไม่ได้เป็นการถ่ายทอดพลังความคิดแต่อย่างใด ทั้งนี้กล่าวถึงการศึกษาในทุกรูปแบบ ทั้งในระบบ นอกระบบ ซึ่งการที่ครูเป็นศูนย์กลางแบบนี้ เหมือนเป็นการ “กดขี่” นักเรียน นักเรียนแค่รอให้ถูกสอน ครูเป็นผู้กําหนดกฎเกณฑ์ให้นักเรียนเดินตามนักเรียน ก็จะไร้ซึ่งการคิดวิเคราะห์ การสร้างสรรค์ทางความคิด นี่คือช่องโหว่ของการศึกษาในประเทศไทยที่ยังคงพบเห็นได้อยู่ 
เป็นปรัชญาสารัตถนิยม ซึ่งขัดกับโลกาภิวัตน์ในปัจจุบัน หากยังเป็นเช่นนี้นักเรียนก็ไม่ได้สําคัญไปกว่าหุ่นยนต์เลย (เปาโล แฟรร์, 2549, หน้า 45-59)

                ในอีกมุมมองหนึ่งของนักการเมือง การศึกษาเป็นเพียงเครื่องมือทางการเมือง การพัฒนาเศรษฐกิจ การขับเคลื่อนประเทศ แต่ในทางมนุษยนิยม การศึกษาคือการนําไปสู่อิสรภาพที่มีความเคารพสิทธิมนุษยชน คือการพัฒนามนุษย์อย่างแท้จริง (พิภพ ธงไชย, 2545, หน้า 163) ซึ่งสอดคล้องกับการหลุดจากพันธนาการของการ “กดขี่” ถ้าเราไม่ปลดปล่อย “การกดขี่” แล้วที่มาของ “การศึกษาทางเลือกที่สมบูรณ์” โดยมีอิสรภาพเป็น ส่วนหนึ่งในนั้นจะเกิดขึ้นได้อย่างไร

                 แม้ว่าประเทศไทยยังคงมีช่องโหว่ แต่ก็ได้มีการแก้ไข ปฏิรูปการศึกษา เพื่อให้การศึกษาไทยเป็นไป ในทางอันควร “การศึกษาทางเลือก” ไม่ใช่สิ่งใหม่แต่อย่างใด แต่การศึกษาทางเลือกมีมามากกว่า 30 ปีแล้ว เมื่อครั้ง ครูโกมล คีมทอง บัณฑิตจากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พยายามก่อตั้งโรงเรียนชุมชน เปลือกกล้วยในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อจัดการแนะแนวใหม่ แต่ครูโกมลได้เสียชีวิตจากการถูกลอบยิง โครงการนี้จึงหยุดชะงักไป หลังจากนั้น นายพิภพ ธงไชย และนางรัชนี ธงไชย สองสามีภรรยาได้ร่วมกันสานต่อแนวคิดของครูโกมล คีมทอง และจัดตั้งโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก ในจังหวัดกาญจนบุรีขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2522 นับเป็นการบุกเบิกการจัดการศึกษาทางเลือกอย่างเป็นรูปธรรมครั้งแรกในประเทศไทย (วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา, 4 ตุลาคม 2562)

                 ทางภาครัฐควรให้การสนับสนุนในด้านของการศึกษาทางเลือก เพราะการศึกษาทางเลือกส่วนหนึ่งเป็น การศึกษาสําหรับเด็กด้อยโอกาส อย่างเช่น โรงเรียนชุมชน เพื่อที่จะให้เด็กด้อยโอกาส เหล่านี้มีสิทธิ์ที่จะเรียนรู้ได้เท่าเทียมกับการศึกษาในการศึกษากระแสหลัก (นงเยาว์ เนาวรัตน์, 2561, หน้า 67-69) ในทางเดียวกันก็เปิดโอกาสให้เด็กและครอบครัวหลายๆชนชั้นได้ตัดสินใจในการเลือกที่จะเรียน อย่างเช่นการปรากฏตัวของ homeschool หรือบ้านเรียน  ไม่ได้หมายความว่าการศึกษาตามกระแสหลักไม่ดี แต่การที่เด็กได้มาเรียนในทางเลือกนี้ จะทําให้เด็กได้สามารถค้นหาตนเอง และพัฒนาศักยภาพตนเอง มีเสรีภาพทางการศึกษา แต่ต้องอยู่ในกรอบของความรับผิดชอบตนเอง ตามหลักปรัชญาอัตถิภาวนิยม

ที่มา : https://www.google.com/imgres?imgurl

               การจัดการศึกษาแบบ homeschool ในประเทศไทย เริ่มเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2524 โดยครอบครัวนายแพทย์ โชติช่วง – คุณวิจิตรา ชุตินธร ที่ได้ทำการจัดการศึกษาให้ลูกของตนที่บ้าน ซึ่งเป็นครอบครัวของชนชั้นกลางสังคมไทย ที่รับแนวคิดมาจากต่างประเทศ โดยให้ลูกๆ เรียนอยู่ที่บ้านในจังหวัดกรุงเทพฯ เมื่อถึงเวลาสอบวัดผลความรู้ ก็จะไปสอบที่โรงเรียนหมู่บ้านเด็กที่จังหวัดกาญจนบุรีทุกภาคการศึกษา จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งนับว่าเป็นครอบครัวแรกในโครงการพิเศษ “บ้านและโรงเรียน” ของโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก (วิภานี กาญจนา, 2562) ผลจากการวิจัยหลายแห่งเด็กที่เรียน homeschool มีอัตราคะแนนการสอบวัดผลได้สูงกว่าผู้เรียนในวัยเดียวกัน 30-37%  จํานวนผู้เรียน homeschool หรือบ้านเรียน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (อ้างอิงจากงานเสวนาหัวข้อ “การศึกษากับอนาคตสังคมไทยมุมมองทางสังคมและวัฒนธรรม” จัดโดยคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) พบว่า ปี 2559 ในจังหวัดเชียงใหม่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้งของครอบครัวและผู้เรียน  จํานวนเพิ่มขึ้นของครอบครัวถึง 65.12% และผู้เรียนเพิ่มขึ้น 22.22% จากฐานเดิม 42 ครอบครัว และ 64 ผู้เรียน แนวโน้มดังกล่าว ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากเด็กให้ความสนใจกับการศึกษาทางเลือกมากขึ้น  แต่ Homeschool ก็เป็นเพียงทางเลือกหนึ่งในการศึกษาทางเลือกเท่านั้น ยังมีการศึกษาทางเลือกลักษณะอื่นอีกมากมายที่ประเทศไทยควรให้การส่งเสริม อย่างที่กล่าวมาข้างต้นแล้วว่า การศึกษาทางเลือกสามารถช่วยเหลือในส่วนของผู้ด้อยโอกาสให้ผู้เรียนได้พัฒนาความเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์พร้อมเพราะมีการศึกษาที่เหมาะสมกับตัวผู้เรียน อีกทั้งยังเป็นการกระจาย
อํานาจการศึกษาแก่ประชาชน (สุชาดา จักรพิสุทธิ์ และคณะ, 2548)

                 ส่วนคําถามที่ว่าการศึกษาทางเลือก “เหมาะสม” สําหรับประเทศไทยควรเป็นอย่างไร ก็คือการศึกษาทางเลือกที่ปราศจากการ “กดขี่” ผู้เรียน ถึงแม้การกําจัดการกดขี่นี้จะเป็นไปไม่สมบูรณ์หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ ทําให้เป็นที่มาของการมีการศึกษาทางเลือกที่ไม่สมบูรณ์ มีแต่ยังใช้ระบบความคิดเดิมๆ ก็เหมือนไม่มี เพราะในสมัยโลกาภิวัตน์ ผู้เรียนจะต้องเป็นผู้ที่คิด วิเคราะห์อย่างชาญฉลาด จุดสําคัญคือ “ความคิด” มีการเรียนรู้แบบจุดประกายได้ด้วยตนเอง ไม่ใช่รอต่อแสง ไฟจากเทียนของครูผู้สอน อิทธิพลของเทคโนโลยีที่มีส่วนสําคัญ หากนํามาใช้อย่างถูกต้องในการศึกษา ก็จะ ส่งผลดีต่อการพัฒนาผู้เรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการศึกษาทางเลือกของประเทศไทย

                  ดังนั้น ถ้ามีการสนับสนุนให้มีการใช้เทคโนโลยีไปในทางที่ถูกต้องสําหรับการศึกษาทางเลือก ผู้เรียนก็จะประสบความสําเร็จในจุดมุ่งหมายของการศึกษาที่ได้ตั้งเป้าไว้ว่า อิสระเสรีคือสิ่งหนึ่งที่นักเรียนต้องการ การวางกรอบ การโดนบังคับ ไม่ได้ช่วยให้นักเรียนเป็นผู้พัฒนาที่แท้จริง จึงได้เกิดทางเลือกให้กับนักเรียน เพื่อให้เกิดความเหมาะสมไปตามยุคสมัย จึงมี “การศึกษาทางเลือก” แต่ที่สําคัญคือ “ความสมบูรณ์” ของการศึกษาทางเลือก จะไม่เกิดขึ้น หากยังมีการ “กดขี่” ทางการศึกษาอยู่

บทความโดย นายอันดามัน สันติอภิรักษ์ นักศึกษาปริญญาตรีชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บทความนำเสนอในกระบวนวิชา โลกาภิวัตน์กับการศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองชั้นเลิศ

 

บรรณานุกรม

นงเยาว์ เนาวรัตน์. (2551). การศึกษาทางเลือก. ใน ภักดีกล รัตนา, โลกาภิวัตน์กับการศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองชั้นเลิศ. เชียงใหม่ :
                   คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เปาโล แฟรร์. (2549), การศึกษาสําหรับผู้ถูกกดขี่, แปลจาก Pedagogy of The Oppressed. แปลโดย สายพิณ ฮัมดานี. [ม.ป.ท].

พิภพ ธงไชย. (2545). การศึกษาทางเลือก : การศึกษาที่นําไปสู่อิสรภาพ. ใน สุริยะใส กตะศิลา (บรรณาธิการ), 60 ปี พิภพ ธงไชย “ทางเลือก” 
                   ที่ข้ามพ้นวาทกรรม. (น.155-165). กรุงเทพฯ

ภักดีกุล รัตนา. (2552). โลกาภิวัตน์กับการศึกษาเพื่อเป็นพลเมืองชั้นเลิศ เชียงใหม่ : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

สุชาดา จักรพิสุทธิ์ และคนอื่นๆ (2548). การศึกษาทางเลือก : โลกแห่งการเรียนรู้นอกโรงเรียน กรุงเทพฯ : สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.

วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา. (2562 ตุลาคม 4), การศึกษาทางเลือก : แนวทางที่ท้าทายในยุคปฏิรูป. สืบค้นจาก                     
                     http://www.portal.edu.chula.ac.th