ภายหลังจากที่ได้ผู้ประสงค์เข้าร่วมโครงการแล้ว ทางโครงการได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการจำนวนสามครั้ง คือ 1. การอบรมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาในระดับชั้นปฐมวัยและระดับประถมศึกษาให้มีสมรรถนะทางด้านข้ามวัฒนธรรมและพหุวัฒนธรรม 2. การอบรมเชิงปฏิบัติการ นวัตกรรมการจัดประสบการณ์เรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมโดยใช้วรรณกรรมเป็นฐานสำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษาในระดับชั้นปฐมวัย
3. การอบรมเชิงปฏิบัติการ นวัตกรรมการจัดประสบการณ์เรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมโดยใช้วรรณกรรมเป็นฐานสำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษา ในการจัดอบรมแต่ละครั้งได้เชิญวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในหัวข้อเฉพาะมาเป็นผู้ให้ความรู้

โดยการอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งแรกจะเน้นเสริมต้นทุนความรู้เกี่ยวกับพหุวัฒนธรรมศึกษา และย้อนมองความหลากหลายในสังคมห้องเรียนและชุมชน ครั้งที่สองและสามเป็นการนำครูเข้าสู่การจัดประสบการณ์โดยใช้วรรณกรรม โดยเฉพาะวรรณกรรมพื้นถิ่นและชาติพันธุ์

การอบรมแต่ละครั้งเน้นสร้างการมีส่วนร่วม เพิ่มพื้นที่ให้ครูส่งเสียง และนำต้นทุนของแต่ละโรงเรียนมาแบ่งปัน ผ่านการใช้กิจกรรม เกมส์ และการลงมือปฏิบัติแบบกลุ่มเป็นฐาน และที่สำคัญ เน้นการการมีส่วนร่วมโดยสร้างพื้นที่และโอกาสให้ผู้เข้าร่วมทุกคนได้แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองกับวิทยากรและกับผู้เข้าร่วมอบรมท่านอื่น การที่ครูและบุคลากรทางการศึกษาจากหลากกลุ่มอายุ เพศ ภาษา ศาสนา และประสบการณ์การจัดการศึกษาจากหลายพื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่มารวมตัวกันถือเป็นการรวมนักปฏิบัติด้านการศึกษา ดังนั้นการสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัย เอื้อสำหรับการแลกเปลี่ยนและแบ่งปันความรู้ ความสนใจ และปัญหาถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยหนุนเสริมการทำงานของโครงการ นอกจากนี้ การรวมตัวดังกล่าวถือเป็นการรวมตัวที่สามารถพัฒนาไปสู่ชุมชนนักปฏิบัติการ (Community of Practice) ในการจัดการศึกษาพหุวัฒนธรรมเชิงพื้นที่ต่อไป ซึ่งการอบรมเชิงปฏิบัติการในแต่ละครั้งสามารถสรุปกิจกรรมการอบรมได้ดังนี้

การอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งที่ 1 

“การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาในระดับชั้นปฐมวัยและระดับประถมศึกษาให้มีสมรรถนะทางด้านข้ามวัฒนธรรมและพหุวัฒนธรรม”

กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้เปิดมุมมองเกี่ยวอคติทางวัฒนธรรม การยอมรับและเคารพความแตกต่างทางวัฒนธรรมของตน ตระหนักถึงบทบาทของตนต่อการจัดการเรียนรู้พหุวัฒนธรรม และมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดพหุวัฒนธรรมศึกษาตั้งแต่นิยาม ประวัติความเป็นมา เป้าหมาย และหลักการพื้นฐานซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งที่ 2 และ 3 นอกจากนี้ การอบรมครั้งนี้มุ่งให้ผู้เรียนได้ความรู้ความเข้าใจและแนวทางการจัดการเรียนรู้พหุวัฒนธรรมศึกษาผ่านศิลปะ และการละครสำหรับเด็ก การอบรมครั้งนี้ใช้เวลาทั้งหมดสองวัน และถือเป็นการเปิดโอกาสให้ครูแต่ละพื้นที่ได้ทำความรู้จัก และได้รับรู้ถึงสถานะของความหลากหลายทางวัฒนธรรมในแต่ละโรงเรียน โครงการมีผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญด้านปฐมวัย ด้านวรรณกรรมท้องถิ่น และด้านพหุวัฒนธรรมศึกษา และสาธิตการจัดประสบการณ์เรียนรู้พหุวัฒนธรรมศึกษาเพื่อคัดเลือกวรรณกรรมโดยใช้วรรณกรรมเป็นฐาน

การอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งที่ 2 

“นวัตกรรมการจัดประสบการณ์เรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมโดยใช้วรรณกรรมเป็นฐานสำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษาในระดับชั้นปฐมวัย”

กิจกรรมที่ 2 มุ่งให้ครูปฐมวัยได้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญและแนวทางการหนุนเสริมรอยเชื่อมต่อการเรียนรู้ระหว่างชั้นเรียนปฐมวัยและประถมศึกษา นอกจากนี้ ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการเรียนรู้พหุวัฒนธรรมศึกษากับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยปี 2560 และระบุแนวทางในการบูรณาการแนวคิดพหุวัฒนธรรมศึกษาเข้าสู่หลักสูตรสถานศึกษาของแต่ละโรงเรียน และสิ่งสำคัญคือ การอบรมครั้งนี้ มุ่งให้ครูปฐมวัยได้แนวคิด หลักการพื้นฐานและพัฒนาทักษะและเทคนิควิธีการจัดประสบการณ์เรียนรู้พหุวัฒนธรรมสำหรับเด็กปฐมวัยโดยใช้วรรณกรรมเป็นฐาน พร้อมทั้งให้ครูแต่ละโรงเรียนได้เลือกวรรณกรรมจำนวนหนึ่งเรื่องจากทั้งหมดหกเรื่องที่ได้คัดสรรโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญด้านปฐมวัย ด้านวรรณกรรมท้องถิ่นและด้านพหุวัฒนธรรมศึกษา ดังที่กล่าวมาข้างต้น

ในการอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งที่ 3 

“การอบรมเชิงปฏิบัติการนวัตกรรมการจัดประสบการณ์เรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมโดยใช้วรรณกรรมเป็นฐานสำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษา”

การอบรมครั้งที่ 3 จะคล้ายคลึงกับการอบรมครั้งที่ 2 ทั้งในส่วนของหัวข้อย่อยและกิจกรรมที่ผู้เข้าร่วมอบรมได้ทำร่วมกัน เพียงแต่ให้น้ำหนักหรือมุ่งไปที่ระดับประถมศึกษามากกว่าระดับปฐมวัย ซึ่งเด็กแต่ละระดับก็มีความเฉพาะในส่วนของพัฒนาการ ศักยภาพ และความสนใจที่แตกต่างกันออกไป