โครงการวิจัย

โครงการวิจัย การผลิตทรัพยากรสารนิเทศและนวัตกรรมการจัดการศึกษาเพื่อหนุนเสริมการเรียนรู้ด้านพหุวัฒนธรรม ศึกษาในระดับปฐมวัยและประถมศึกษาแบบมีส่วนร่วมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

โครงการวิจัยการผลิตทรัพยากรสารนิเทศและนวัตกรรมการจัดการศึกษาเพื่อหนุนเสริมการเรียนรู้ด้านพหุวัฒนธรรมศึกษาในระดับปฐมวัยและประถมศึกษาแบบมีส่วนร่วมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจะแบ่งการสรุปโครงการวิจัยออกเป็น 6 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนแรก ความสำคัญของโครงการ/หลักการและเหตุผล...

โครงการวิจัย การพัฒนาหลักสูตรพหุวัฒนธรรมศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยในพื้นที่ชายขอบ

โครงการวิจัยการพัฒนาหลักสูตรพหุวัฒนธรรมศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยในพื้นที่ชายขอบ เป็นโครงการวิจัยที่จัดทำภายใต้ความร่วมมือระหว่าง ศูนย์พหุวัฒนธรรมและนโยบายการศึกษา สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, โรงเรียนเทศบาลวัดดอนแก้ว เทศบาลนครแม่สอด จังหวัดตาก ...

โครงการย่อย การสำรวจสถานการณ์ปัญหาและการพัฒนา ระบบความรู้ศึกษาศาสตร์และจิตวิทยาการศึกษาในประเทศไทย

โดย รองศาสตราจารย์ ดร.นงเยาว์ เนาวรัตน์ หัวหน้าโครงการย่อย
อาจารย์ ดร.พิสิษฏ์ นาสี นักวิจัย
อาจารย์ ดร.ออมสิน จตุพร นักวิจัย
อาจารย์ ดร.วสันต์ สรรพสุข นักวิจัย

         รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของ (โครงการย่อยด้านศึกษาศาสตร์และจิตวิทยาการศึกษา) ของชุดโครงการวิจัยเรื่อง “การสำรวจระบบบริหารจัดการความรู้และโครงสร้างความรู้ทางสังคมศาสตร์” ที่ดำเนินการโดยสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสำนักงานสภานโยบายอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) 

         โดยชุดโครงการวิจัยฯนี้มีวัตถุประสงค์หลักๆอยู่สามข้อคือ  1) เพื่อสำรวจและทบทวนระบบบริหารจัดการความรู้ และระบบนิเวศที่จะสนับสนุนความรู้ด้านสังคมศาสตร์ในประเทศไทยรวมทั้งศึกษาตัวอย่างที่ดีจากที่อื่น 2) เพื่อวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างการกำหนดประเด็นวิจัยระดับประเทศกับการผลิตความรู้ของประชาคมสังคมศาสตร์ และค้นหาระบบบริหารจัดการที่ขับเคลื่อนการผลิตความรู้ และการใช้ประโยชน์ความรู้ที่กว้างขึ้น และ 3) เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับระบบบริหารจัดการความรู้และการปรับปรุงระบบนิเวศที่สนับสนุนความรู้ด้านสังคมศาสตร์ในประเทศไทย

ตำรา/บทความ

ที่มา : http://dmiceplanner.businesseventsthailand.com/dmice/venue-detail.php?m=1171441

“การศึกษาทางเลือก” คํานี้มีความหมายว่าอย่างไร

โดย นายอันดามัน สันติอภิรักษ์ นักศึกษาปริญญาตรีชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บทความนำเสนอในกระบวนวิชา โลกาภิวัตน์กับการศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองชั้นเลิศ

“การศึกษา” เป็นสิ่งที่เด็กไทยทุกคนควรได้รับ จึงมีการจัดระบบการศึกษา “ภาคบังคับ” ขึ้น ซึ่งยังคงเป็นสิ่งจําเป็นขั้นพื้นฐาน เพราะเป็นการวางรากฐานความเป็นมนุษย์ แต่หลังจากนั้นแล้ว การสอนในโรงเรียนจะเอื้อให้นักเรียนเป็นผู้ที่มีความคิด เป็นนักวิเคราะห์ เป็นผู้เข้าถึงสัจจะความจริงของความรู้ได้จริงหรือไม่ ติดตามได้ใน “การศึกษาทางเลือก” คํานี้มีความหมายว่าอย่างไร

ที่มา : https://www.facebook.com/EducationforLiberationofSiam2.0/photos/a.1825900504194423/1825900847527722/?type=3&theater

การศึกษาทางเลือก : ลดความเป็นไทย เพิ่มความเป็นคน

โดย นายภูริณัฐ สมฤทธิ์ นักศึกษาปริญญาตรีชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บทความนำเสนอในกระบวนวิชา โลกาภิวัตน์กับการศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองชั้นเลิศ

ในยุคปัจจุบัน ผู้เรียนมีความแตกต่างและหลากหลายทางวัฒนธรรมทั้งในเรื่องของเชื้อชาติ ความแตกต่างทางชนชั้นในสังคม ศาสนา ค่านิยม และวัฒนธรรม โดยผู้เรียนในปัจจุบันมีความต้องการในการศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพ และด้วยความต้องการที่จะเป็นเสรีชน ที่ต้องการความเป็นอิสระจากผู้มีอํานาจที่สื่อให้ผู้เรียนต้องการมีอิสระในการเรียนรู้ ส่งผลให้การศึกษาในปัจจุบัน ไม่สามารถสนองต่อความต้องการที่หลากหลาย โอกาสในการศึกษาของผู้เรียน และแก้ไขปัญหาการศึกษาได้ จึงต้องมีทางเลือกทางการศึกษามากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เรียน

ที่มา : วารสารธรรมศาสตร์ ปีที่ 40 ฉบับที่ 2 พ.ศ.2564 (68-97)

การศึกษาเพื่อความเป็นไทยการศึกษาเพื่อความเป็นไทยกับกลุ่มชนพื้นเมืองในภาคเหนือ

โดย ประสิทธิ์ ลีปรีชา และ มุกดาวรรณ ศักดิ์บุญ ภาควิชาสังคมศาสตร์กับการพัฒนา คณะสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

         รัฐไทยได้มีนโยบายและการจัดการศึกษาสำหรับชนพื้นเมืองในภาคเหนือของประเทศไทยมาเป็นเวลากว่ากึ่งศตวรรษ จากการทบทวนเอกสารและเก็บข้อมูลภาคสนามในระยะหลายปีที่ผ่านมา ผู้เขียนพบว่าการจัดการศึกษาของรัฐอยู่บนพื้นฐานของวิธีคิดแบบชาตินิยมไทยที่ให้ความสำคัญกับการหลอมรวมผู้คนที่หลากหลายชาติพันธุ์และวัฒนธรรมให้กลายเป็นไทยตามนโยบายการสร้างชาติ ปฏิบัติการจัดการศึกษาของรัฐในระยะที่ผ่านมาประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง เยาวชนชนพื้นเมืองที่ผ่านระบบการศึกษาในโรงเรียนได้ซึมซับความเป็นไทย ด้วยการพยายามปรับเปลี่ยนอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ให้เป็นไทย ส่งผลให้พวกเขาเริ่มสูญเสียอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ของตนเอง

 

การจัดการการศึกษาภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID 19 : กรณีศึกษาของสหรัฐอเมริกา อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น และไทย

โดย อุษามาศ เสียมภักดี นักวิจัยอาวุโส (ศูนย์พหุวัฒนธรรมและนโยบายการศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่)

         ปัญหาวิกฤติด้านการศึกษาที่เกิดขึ้นจากการระบาดของไวรัส COVID-19 ซึ่งปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เนื่องในช่วงการระบาดของ COVID-19 ทำให้โรงเรียนจำนวนมากถูกปิด มีการยุติการเรียนการสอนในสถานศึกษา เด็กและเยาวชนกว่าหนึ่งพันล้านคนได้รับผลกระทบจากการปิดโรงเรียนและความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงศึกษาถูกซ้ำเติมให้แย่กว่าที่เป็นอยู่ สิ่งที่น่ากลัวกว่าการปิดโรงเรียนตามมาตรการการควบคุมโรคที่อาจจะเกิดขึ้นในภาวะชั่วคราว คือ การที่เด็กจำนวนมากเสี่ยงที่จะกลายเป็นคนตกหล่นจากระบบการศึกษาแบบถาวรและส่งผลต่อเนื่องไปถึงคุณภาพชีวิตของเยาวชนและการพัฒนามนุษย์ (Human Development)   โดยเฉพาะเด็กที่มีฐานะยากจนจะได้รับผลกระทบมากที่สุด  

ที่มา : ประชาไท/บทความ

เมืองเชียงใหม่ในภาวะวิกฤติโควิด-19 และความเปราะบางของแรงงานข้ามชาติและทายาท

โดย ศ.ดร.นงเยาว์ เนาวรัตน์ อาจารย์ประจำคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศพหุวัฒนธรรมและนโยบายการศึกษา สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม

         เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์และศูนย์กลางการคา้ในดินแดนแถบลุ่มแม่น้าโขงตอนบนมาก่อนยุคอาณานิคม ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่20 เศรษฐกิจของเชียงใหม่ได้รับ        อานิสงค์จากแรงงานต้นทุนต่ำจากประเทศเพื่อนบ้าน ไทใหญ่/ไต (Shan) เป็นกลุ่มแรงานข้ามชาติที่มีบทบาทมากที่สุดในเชียงใหม่และภาคเหนือ งานศึกษาที่ผ่านมาต่างชี้ให้เห็นว่าพวกเขามีชีวิตที่เปราะบาง (precarious life) ทั้งในสถานะมนุษยแ์ละพลเมืองทางเศรษฐกิจของรัฐและทุน สภาพการณ์ดังกล่าวเป็นผลมาจากโครงสร้างของรัฐไทยที่ออกแบบมาเพื่อล้อมขังแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านให้

 1) เป็นคนงานไร้ฝีมือและเสี่ยงอันตรายสูง เช่นงานก่อสร้าง หรืองานภาคการเกษตรที่ต้องสัมผัสสารเคมีอันตราย

 2) ไม่มีสิทธิ์ รวมตัวเป็นกลุ่ม/สหภาพแรงงาน 

3) ถูกจำกัดสิทธิเข้าถึงสวัสดิการสังคม ตามกฎหมายแรงงานของประเทศไทย แม้จะเข้าเมืองและมีใบอนุญาตทำงานถูกต้องตามกฎหมายก็ตามกฎหมายก็ตาม